รีวิวโรคซึมเศร้า
ข่าว

รีวิวโรคซึมเศร้า

จากที่มีหลายเหตุการณ์การเสียชีวิต ที่มีที่มาจาก โรคซึมเศร้า วันนี้แอดมินเลยนำข้อความข้อคิดดีดี จาก Facebook : Romchat Taengniam ที่เกี่ยวกับการ รีวิวโรคซึมเศร้า มาให้ได้อ่านกันค่ะ

เนื่องจากเคยบอกว่าจะรีวิวโรคซึมเศร้านี้ และมีน้องๆหลายคนหลังไมค์มาให้ทำ มันก็เลยคลอดออกมาเป็นโพสต์นี้ครับ ซึ่งหากใครอ่านจบคุณอาจจะเลิกอ่านหนังสือไปอีกหลายสิบปีเนื่องจากมันยาวมากจนเกินโควต้าปีละ 8 บรรทัดของแต่ละท่านไป ขอสาบานด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองว่าผมพยายามย่อที่สุดแล้วครับ เริ่ม!

เช็ค 9 ข้อนี้ก่อนเลย

1. มีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว
2. ขาดความสนใจต่อสิ่งรอบข้าง
3. เสียสมาธิ ไม่มีสมาธิจดจ่อเวลาที่ทำสิ่งต่างๆ
4. รู้สึกร่างกาย สมองอ่อนเพลีย
5. เชื่องช้า ทำอะไรก็เป็นไปอย่างช้าๆ
6. รับประทานอาหารน้อยลงกว่าปกติ หรือรับประทานอาหารมากขึ้นกว่าปกติ
7. นอนน้อย หรือนอนมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น
8. ชอบตำหนิตัวเอง ซึ่งอาการเช่นนี้จะพบได้มากในผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า
9. รู้สึกอยากฆ่าตัวตาย หรือสังเกตได้ว่าตัวเองมีความคิด หรือความรู้สึกแบบนี้ ก็ขอให้ตั้งข้อสันนิษฐานได้ว่า คนๆ นั้นอาจเสี่ยงต่อการเป็น โรคซึมเศร้า

หากใครที่มีอาการเหล่านี้หลายๆข้อเป็นเวลาติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ขึ้นไป ก็เตรียมตัวเซย์ฮัลโหลกับโรคซึมเศร้าได้เลยครับโผมม

เอาล่ะในเมื่อเข้าใจในอาการของตัวเองแล้วก็ต้องเข้าใจพื้นฐานของโรคนี้ก่อน เช่น โรคซึมเศร้าหรือภาวะซึมเศร้าเนี่ย มันเป็นโรคที่เกิดได้ทั่วไปเหมือนโรคภัยไข้เจ็บชนิดอื่นๆนั่นแหละครับ แต่เจ้าโรคนี้จะเข้าไปเล่นงานจิตใจ ความรู้สึกนึกคิดของเราก่อนต่างจากอาการเจ็บป่วยทางกายอื่นๆ ซึ่งคนที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่าเขาคนนั้นจะเป็นผู้อ่อนแอ ล้มเหลว หรือไม่มีความสามารถนะครับ แต่โรคนี้เป็นอาการเจ็บป่วยอย่างหนึ่งซึ่งมีสาเหตุมาจาก ความเครียดจากการทำงานหรือการดำเนินชีวิตต่างๆ การสูญเสีย การหย่าร้าง ความผิดหวัง หรือพบเจออะไรก็ตามที่กระทบกระเทือนจิตใจมากๆ หรือ อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุใดๆเลยก็ได้! เอ๊า! อยู่ดีๆมึงก็เศร้าเนี่ยนะ??

อ่านถึงตรงนี้เริ่มรำคาญอีโรคนี้กันรึยังครับ? ผมจะเปรียบมันเหมือนผู้หญิงที่มีรอบเดือนแล้วอยู่ดีๆก็งี่เง่าขึ้นมาโดยไม่ต้องการเหตุผลและไม่ต้องการคนเข้าใจ ฮ่าๆๆๆ

ซึ่งทางวงการแพทย์ได้บัญญัติสาเหตุของโรคนี้ไว้อย่างหล่อๆว่า”เกิดจากความผิดปกติของระดับสารเคมีที่เซลล์สมองสร้างขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของอารมณ์” หรือกล่าวง่ายๆคือไอ้สารเคมีอะไรสักอย่างในสมองเราเนี่ยมันดันหลั่งออกมาไม่เท่ากันหรือไม่สมดุลกัน เลยทำให้เราเศร้า(แง) และการรักษา รับมือกับโรคนี้ก็ทำได้โดยการรักษาเยียวยาทางจิตใจควบคู่ไปกับการกินยาครับ แต่! ผู้ป่วยแต่ละท่านมีการตอบสนองของยาแตกต่างกัน บางคนอาจหายได้เร็ว บางคนต้องกินยาและรักษาต่อเนื่องกันยาวๆเลยนะเออ แต่ว่าไม่จำเป็นต้องไปนอนในรพ.มัดแขนมัดขาติดกับเตียงเหมือนในหนังนะ

เข้ เกริ่นมาซะยาว! ทีนี้ผมจะมารีวิวการรับมือกับโรคซึมเศร้าในตัวของผมเองละนะครับ(พี่เจ็บมาเย้อออ)
เริ่มจากอี 9 ข้อด้านบนก่อนเลย ผมวิเคราะห์แล้วตัวเองได้ทั้งหมด 8 คะแนน ผ่ามม!! ตายห่า ทำข้อสอบมาทั้งชีวิตยังไม่เคยได้คะแนนท้อปขนาดนี้55555
ซึ่งตอนแรกเลยผมก็ยังไม่เชื่อหรอกครับว่าตัวเองเป็นโรคนี้ ก็กินเหล้าหยำเปทุกวันจนร่างกายทรุดโทรมเลยจ้า แต่มันไม่หายไปแถมทำท่าจะหนักขึ้นด้วย ช่วงท้ายๆของการดื่มเหล้าตอนนั้นไม่สามารถฟังเพลงใดๆได้อีกต่อไป (ใครที่รู้จักผมจะรู้ดีนะครับว่าผมรักการเสพย์ดนตรีมากแค่ไหน) ความรู้สึกที่เราไม่สามารถเสพย์ในดนตรีที่เรารักได้อีก ตอนนั้นมันคือที่สุดของแจ้แล้ว555 ต่อจากดนตรีก็ลามไปถึงการเข้าร้านเหล้า ยิ่งเข้ายิ่งเศร้าโว้ยย สรุปคือตัดสินใจหยุดทุกอย่าง ลบเพลงที่เรารักมากออกจากเพลย์ลิสต์ไม่สามารถฟังได้อีกแล้วจนถึงทุกวันนี้ สถานที่ใดที่เคยไปจะไม่ไปเหยียบอีก และหนังสือใดที่เคยอ่านจะไม่แตะต้องอีก หยุดหมดทุกอย่างหันหน้าเข้าทางธรรม นั่งสมาธิ สวดมนต์ก่อนนอน กำหนดลมหายใจ บลาๆๆ สรุปคือไม่หายจ้าาา เข้านอนตีห้าถึงหกโมงในทุกวัน ตื่น7โมงมานั่งอึนๆและรออาบน้ำไปทำงานแบบไร้วิญญาน ไม่พูดคุยกับใครทั้งสิ้นแม้กระทั่งหัวหน้างานที่เคารพ ตอนนั้นก็รู้ตัวแล้วนะครับว่าตัวเองใกล้แหลก ตัดสินใจไลน์ไปขอโทษนายว่า”ขอโทษครับ ผมไม่ไหวแล้วครับพี่” แงๆ555

ฟางเส้นสุดท้ายคือ ในวันนั้นผมก็เข้านอนตอนเช้าตามปกติวิสัยแต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมากลับมีความรู้สึกหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว “เออ กูไม่ไหวละ กูอยากนอนต่อไปแบบนี้และไม่ขอตื่นขึ้นมาอีก” เขร้ ดอกนี้ล่ะทำให้ผมเด้งขึ้นจากเตียงและพูดคนเดียวว่า”มึงเป็นใคร??” ความรู้สึกแบบนี้ต้องไม่ใช่กู มึงต้องเป็นใครที่มาสิงร่างกูแน่ๆ? ตอนนั้นยังไม่มีคำว่าอยากตายเลยนะครับ แค่รู้สึกว่าไม่อยากตื่นขึ้นมาอีกแล้ว แต่ผมรู้ตัวดีว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างกับตัวตนนี้ ความตายจะเริ่มขยับเข้าใกล้ผม นั่นล่ะเป็นสาเหตุที่ผมเสิร์ทคำว่า”โรคซึมเศร้า”ในกูเกิ้ล และตัดสินใจแน่วแน่ว่า กูต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลศรีธัญญา

จริงๆแล้วผมพยายามลองโทรไปที่สายด่วนสุขภาพจิตก่อนครับ แต่โทรไม่ติดเลยตัดสินใจไปขับรถไปรพ.เลย ไปถึงเจ้าหน้าที่ก็เช็คประวัติพูดคุยทั่วไปครับ ตอนแรกคิดว่าจบจากนี้จะได้พบหมอเลย แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด คุณพยาบาลส่งผมไปหานักสังคมสงเคราะห์ก่อนครับ ตรงนี้ใช้เวลาพอสมควรส่วนมากเป็นการซักถามเพื่อประเมินอาการ ว่ามีอาการตาม 9 ข้อคร่าวๆนั้นมั้ย ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์พูดกับผมว่า “คุณกำลังมีภาวะโรคซึมเศร้าระดับปานกลางแต่ค่อนไปทางสูงนะคะ” แล้วจึงส่งผมไปพบจิตแพทย์ ซึ่งจิตแพทย์ก็จะได้ใบประเมินอาการผมจากนักสังคมสงเคราะห์เพื่อประกอบการสั่งยาให้ผมนั่นล่ะครับ คุณหมออธิบายเกี่ยวกับต้นเหตุของโรคและการรักษาโดยใช้ยาช่วยนิดหน่อย ถึงตรงนี้หมอจะดูอาการเราครับว่าถ้าไม่หนักมากจะให้ไปรับยาและกลับบ้านเลย แต่ถ้าอาการเข้าข่ายจะส่งคนไข้ไปพบนักจิตวิทยาเพื่อทำการบำบัดครับ ซึ่งแน่นอนว่าผมถูกส่งตัวไปพบนักบำบัดจิต ไคล์แมกซ์อยู่ตรงนี้ล่ะ นักบำบัดที่ผมพบมาแกจะไม่พูดอะไรมากเลยครับแต่เขาจะฟังและเปิดโอกาสให้เราพูด ซึ่งผมรู้สึกว่า บางครั้งการคุยกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มันจะมีความสบายใจบางอย่างที่เราจะเล่าในสิ่งที่เราพบเจอมาให้เขาฟังได้แบบหมดเปลือกและไม่มีความอายเลย ยอมรับว่าเล่าทุกอย่างจริงๆและเล่าไปพร้อมน้ำตานองหน้า555555 ผมยังจำคำพูดตัวเองในตอนท้ายได้ดีว่า “ผมศึกษามาเยอะเลยครับก่อนจะมาที่นี่ ผมรู้หมดแล้วว่าต้องคิดอย่างไร ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เพียงแต่ว่าผมทำไม่ได้เลย”

ก็คุยกันนานพอสมควรเลยครับ แล้วนักบำบัดก็ส่งผมกลับมารับยาไปทานที่บ้าน จำได้ว่าตอนนั้นยังไม่ได้บอกแม่ว่าไปพบจิตแพทย์มา กลับไปถึงบ้านไปนอนตักแม่ แม่ตกใจว่าเป็นอะไร เกิดมา20กว่าปีไม่เคยมาทำอะไรกับแม่แบบนี้5555 ก็เลยเล่าให้แม่ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง เออ จริงๆแล้วหมอนัดผมต่อด้วย แต่ผมเบี้ยวนัดไม่ได้ไปและไม่ได้ไปรับยาต่อเพราะคิดว่าตัวเองหายแล้ว แต่จริงๆแล้วก็ยังหรอก เพราะบางครั้งอาการเดิมๆก็จะมาทักทายผมอีก ซึ่งก็คิดว่ากลับบ้านรอบนี้อาจแวะไปพบคุณหมอเพื่อเอายากลับมากินบรรเทาอีกชุด

หลังจากพบหมอครั้งนั้น ผมไม่เคยวิจารณ์ความรัก ความรู้สึกแย่ๆของใครอีกเลย ผมไม่เคยให้คำปรึกษาใครอีกแล้ว แต่ถ้าใครเป็นหนักมากๆดูแล้วเข้าข่ายผมจะบอกสั้นๆว่า ไปหาหมอนะ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แล้วอาการของคุณจะดีขึ้น แต่ยอมรับว่ามันไม่หายขาดหรอก ทุกวันนี้ผมเริมชินกับมันแล้ว “คิดซะว่ามันเป็นจิตมาร มันเป็นตัวตนในด้านมืดของเรา มันมาอาศัยร่างกายเราอยู่ เราต้องเป็นคนควบคุมมันอย่าให้มันเป็นใหญ่เหนือเรา และเรียกมันออกมาใช้เมื่อเราต้องการ” แต่ยอมรับตามตรงว่าผมก็ยังควบคุมมันไม่ได้100%นะครับ แม่งเหมือนจักระเก้าหางของนารูโตะอะ เอาน่า คิดซะว่ามีมันไว้เท่ๆ

สำหรับผมข้อดีของโรคนี้มันก็มีอยู่ หลังจากที่เป็นแล้วผมไม่เคยดูถูกความเศร้าของใครอีกเลยและจะมีเพียงแต่ความเข้าใจเท่านั้น แต่ผู้เป็นโรคนี้ต้องเข้าใจอีกอย่างคือ จงอย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล อย่าคิดว่าเป็นโรคนี้แล้วจะมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นหรือคนอื่นจะต้องมาเข้าใจและเห็นใจเรา เข้าใจตัวเองให้ได้ก่อน พึ่งตัวเองกันก่อนนะครับ และข้อดีที่ผมชอบมากที่สุดของโรคนี้คือ เวลาใครมาด่าผม “ไอ้บ้า” ผมจะตอบมันไปสั้นๆว่า “เออ”

ที่มา : Romchat Taengniam ,,  ทำความรู้จัก “โรคซึมเศร้า”