ข่าวบันเทิง

ดราม่า ! ‘แอมป์ พีรวัศ’ ถูกมองว่าหวงลูก หลังห้ามถูกตัว ‘น้องเทรย์’

ดราม่า ! 'แอมป์ พีรวัศ' ถูกมองว่าหวงลูก หลังห้ามถูกตัว 'น้องเทรย์'

นี่ถือว่าเป็นการออกงานพร้อมหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก ครั้งแรกของครอบครัวหนุ่มแอมป์ พีรวัศ และภรรยาสาวนอกวงการ เบลล์ ชวัลพัชร์ โดยพากันควงแขน น้องเทรย์ ลูกชายวัย 5 ขวบมาร่วมกันแชร์ประสบการณ์การเป็นพ่อแม่มือใหม่ ณ โรงพยาบาลวิภาวดี ซึ่งนอกจากจะแชร์เรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจแล้ว หนุ่มแอมป์ก็ยังได้เปิดใจในประเด็นที่ถูกคนมองว่าหวงลูก เพราะห้ามไม่ให้คนอื่นถูกเนื้อต้องตัวลูกชายเลย จะไปยังไง ลองไปอ่านบทสัมภาษณ์ที่เราเอามาฝากกัน

แอมป์ : เราอยากให้จับทุกท่านนะ แต่ด้วยความที่ตอนนี้ลูกผมเขาจะชอบดูดมือตลอดเวลา ดังนั้นเวลาที่คนจะเข้ามาจับ สิ่งแรกที่เขาจับมันไม่ใช่หน้า แต่เป็นมือ ซึ่งถ้าเขาจับแล้วน้องไม่ได้ล้างมือ น้องเขาก็จะดูดมือทันที ผมกับภรรยาก็เลยกังวลว่าอาจจะให้น้องติดเชื้อโรค ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่ได้หวงเลย

เบลล์ : เราแค่ห่วงเรื่องความสะอาดนิดหน่อย และมีช่วงหนึ่งด้วยที่น้องเป็นหวัดเพราะเขาเอามือเข้าปากบ่อย เราก็เลยอาจจะต้องระวังนิดหนึ่งเพราะเขายังเล็กมาก

แอมป์ : คืออย่างที่บอกเราไม่ได้หวงลูกนะครับ เราแค่เป็นห่วงเรื่องความสะอาดก็เท่านั้นเอง ถ้าหากเขาโตขึ้นกว่านี้อีกสักนิดจะเล่นยังไงก็เต็มที่เลย (ยิ้ม)

ดราม่า ! 'แอมป์ พีรวัศ' ถูกมองว่าหวงลูก หลังห้ามถูกตัว 'น้องเทรย์'

เห็นว่าเคยโพสต์ระบายลงอินสตาแกรมส่วนตัวด้วย เกี่ยวกับเพื่อนบ้านที่อยู่ร่วมคอนโดเดียวกันที่เปิดหน้าต่างสูบบุหรี่ ทำให้ควันลอยเข้ามาถึงในห้อง ทำให้สุขภาพของน้องเทรย์นั้นแย่ลง

แอมป์ : ผมเคยเป็นคนสูบบุหรี่นะครับ และผมก็เลิกเพราะว่าผมมีลูก แต่การที่คนจะสูบข้างห้อง เอาจริงๆ ผมเองก็ไม่ว่าอะไรเลยนะ แค่เผอิญว่าเขาเปิดหน้าต่างและสูบ จนควันกับกลิ่นมันลอยเข้ามาในห้องเรา ซึ่งที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 3-4 เดือน ผมพูดแล้วขอแล้วตลอด จนกระทั่งล่าสุดผมตัดสินใจจะแจ้งตำรวจ และปรากฏว่าพอคุยไปคุยมาคนดูแลเขาก็ช่วยส่งจดหมายเตือนให้ ตอนนี้ก็ดีขึ้นครับไม่มีอะไรมากมาย

แอมป์ : จริงๆ เราอยู่ร่วมกันตึกเดียวกันมันก็น่าจะช่วยกันหน่อย ซึ่งถ้าผมไม่มีลูกนะ ผมจะไม่ว่าอะไรเลยจริงๆ แต่อันนี้ต้องขอร้องเลยครับ เพราะกลิ่นมันวิ่งมาตามลมตามช่องได้ แต่ก็อย่างที่บอกตอนนี้ทุกอย่างจบลงด้วยดี เจอกันก็ยิ้มแย้มแจ่มใส

แอมป์ : อีกอย่างผมไม่ได้คิดจะหาห้องใหม่ด้วยเพราะตั้งใจจะให้เขาเรียนโรงเรียนแถวๆ คอนโด เวลาไปไหนมาไหนเขาจะได้สะดวกสบายเรื่องการเดินทาง แต่ถามว่าอยากอยู่บ้านไหม อยากครับ แค่ต้องรอเวลาสักหน่อยหนึ่งขอหาเงินก่อน (หัวเราะ)

ตอนนี้ตัดสินใจขายรถบิ๊กไบค์คันโปรดของตัวเองไปแล้ว นั่นก็เป็นเพราะห่วงอนาคตของลูกที่จะไปขับขี่รถที่มีความเร็ว เรื่องนี้เป็นมายังไง

แอมป์ : เหตุผลที่ผมขายเพราะผมอยากอยู่กับลูกนานๆ ซึ่งจริงๆ ก่อนหน้านี้คุณพ่อผมก็เคยห้ามผมนะว่าห้ามขับบิ๊กไบค์ แต่ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ และตอนนี้ผมเข้าใจแล้วครับว่าหัวใจของผมคือลูก ดังนั้นสิ่งไหนที่ผมไม่อยากให้ลูกทำ ผมจะไม่ทำให้เขาเห็น ถึงแม้การขับบิ๊กไบค์จะเป็นความฝันของผม แต่ความฝันนั้นมันก็สามารถทิ้งได้ เพราะว่าผมมีความฝันใหม่ที่สำคัญกว่า

แอมป์ : ถามว่าผมกลัวเรื่องอะไรที่สุด ผมกลัวเรื่องอันตรายเป็นหลักครับ ง่ายๆ เลยถ้าเกิดเขาเห็นผมขับจนชิน เขาก็อาจจะคิดได้ว่าโตขึ้นเขาจะอยากขับให้ได้แบบผม ถึงแม้ผมจะขับแบบระมัดระวังก็จริง แต่ถ้าเป็นลูกขับเราก็เป็นห่วงเขาเนอะ ไม่อยากสูญเสียเขา ดังนั้นยอมขายฝันตัวเองดีกว่า

เบลล์ : ดีใจนะคะที่เขาเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างเพื่อลูก แต่เรื่องบิ๊กไบค์ตอนแรกก็บอกเขาว่าอย่าขายเลยเพราะมันสวย และด้วยความตั้งใจของเขาเนอะ สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจขายเอง

แอมป์ : รถบิ๊กไบค์ถึงมีไว้แล้วช่วยให้ดูเท่ก็จริง แต่ถ้าจอดไว้เฉยๆ โดยที่ไม่ได้สตาร์ท ทุกครั้งที่คิดจะสตาร์ทเราต้องซ่อมครับ มันก็เลยยิ่งทำให้รู้สึกว่าเป็นของฟุ่มเฟือย ดังนั้นขายไปเลยดีกว่าจะได้จบ หากอยากได้ใหม่ค่อยซื้อเอา อีกอย่างตอนนนี้เพื่อนๆ ในกลุ่มก็เริ่มทยอยมีครอบครัวกันหมดแล้ว หันมาขับรถครอบครัวดีกว่า ปลอดภัยที่สุดเซฟชีวิตตัวเอง

อ่านเรื่องนี้เต็มๆ >> ได้ที่นี่ !