ข่าว ข่าววันนี้

ในช่วงนี้ โควิค-19 แพทย์นั้นควรรักษาใครก่อน

ในช่วงนี้ โควิค-19 ที่ยังส่งผลให้กับประชากรโลกหลายล้านคนล้มป่วย ในขณะที่โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ต้องรับภาระหนักในการรักษาชีวิตของผู้คน ทว่าด้วยกำลังคนที่มีอยู่จำกัด ทำให้หลายครั้ง แพทย์และพยาบาลก็ต้องยอมปล่อยให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างไม่มีทางเลือก

ในกรณีนี้จะเห็นได้ชัดเลยคือ ในประเทศอิตาลี ที่ได้แพทย์ต้องเข้าหาคำแนะนำเกี่ยวกับจรรยาบรรณ และก็ได้รับคำตอบที่จะให้เลือกวิธีการที่อยู่บนหลักการที่มุ่งเน้นประโยชน์สูงสุด ถ้าหากคุณมีเครื่องช่วยหายใจไว้เพียงเครื่องเดียว ก็จะต้องให้ผู้ที่มีแนวโน้มจะรอดชีวิต แทนที่จะให้ผู้ที่ดูแล้วจะไม่มีแนวโน้ม และไม่ใช่ผู้ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลก่อน และไม่ใช่ระบบสุ่ม

สำหรับงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารชื่อว่า The New England Journal of Medicine ไปเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม ของ ดร.เอซเคียล เอมมานูเอล ซึ่งรองประธานโครงการระดับสากล และยังเป็นหัวหน้าแผนกจรรยาบรรณทางการแพทย์และนโยบายสุขภาพ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และคณะทำงาน ที่ทำการนำเสนอแนวทางในการใช้หลักจรรยาบรรณ เพื่อจัดสรรกำลังในช่วงการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นก็ยังเป็นหลักการประโยชน์นิยม ช่วยเหลือผู้ที่ยังมีโอกาสจะทำประโยชน์มากที่สุดในช่วงชีวิตที่เหลือ

นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ยังระบุว่า บุคลากรทางการแพทย์อาจจะต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนกำลังคน และเพื่อนร่วมงานบางคนอาจจะล้มป่วย การจัดลำดับความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ในแนวหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะช่วยให้มีผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้น

หน่วยงานรัฐบางแห่งมีการคาดการณ์ถึงความท้าทายเช่นนี้ และพัฒนาทรัพยากร รวมทั้งแนวทางสำหรับโรงพยาบาลและระบบสุขภาพ

ทาง Hastings Center นั้นได้จัดรายการว่าทรัพยากรที่สถาบันทางสุขภาพสามารถใช้ในการเตรียมการ เพื่อที่จะเข้ารับมือกับไวรัสโคโรนา รวมทั้งในกรณีการขาดแคลนต่างๆ และในปี 2015 กรมสุขภาพของนิวยอร์กได้เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับประเด็นทางด้านการขนส่ง จริยธรรม และกฎหมาย ในการจัดสรรเครื่องช่วยหายใจ ในระหว่างที่เกิดเหตุภาวะขาดแคลนเนื่องจากโรคระบาด เป็นแผนของนิวยอร์กและรัฐอื่นๆ ดำเนินการตามแนวทางจากกระทรวงสาธารณสุขของออนแทริโอ เกี่ยวกับการดูแลตัวผู้ป่วยวิกฤตในช่วงการระบาดใหญ่

ในการวิจัยในเชสต์ เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2019 จินตนาการของการระบาดของโรคหวัด ไปเมื่อปี 1918 ซึ่งมีเตียงในแผนกไอซียูและเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ ผู้วิจัยได้ทำโฟกัสกรุ๊ปในแมรีแลนด์ เกี่ยวกับมุมมองในการจัดสรรการรักษาพยาบาล ซึ่งผู้เข้าร่วมระบุว่าควรใช้ทรัพยากรสำหรับช่วยเหลือผู้ที่มีโอกาสรอดชีวิตและมีชีวิตยืนยาวมากกว่า ซึ่งก็เป็นมุมมองแบบประโยชน์นิยมเช่นกัน

โดยกุญแจสำคัญคือ ความโปร่งใสเกี่ยวของหลักการ รักษาชีวิตให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และต้องมั่นใจว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติจากเงินทอง เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และจุดยืนทางการเมือง ในการจัดสรรทรัพยากรที่ช่วยชีวิต เช่น เครื่องช่วยสำหรับหายใจ ดร.ทอม ฟรีเดน ประธานและซีอีโอของ Resolve to Save Lives และอดีตผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention)

หลักการอีกประการที่แนะนำโดยนักจรรยาบรรณทางการแพทย์ คือการคัดตัวเลือกที่ยากออกจากมือของแพทย์ฝ่ายรักษาที่อยู่แนวหน้า และให้ฝ่ายคัดกรองผู้ป่วยเป็นผู้ตัดสินใจ นอกจากนี้ การตัดสินใจต้องเป็นอิสระจากประเด็นทางการเงินและสถานะทางสังคมของผู้ป่วย

ส่วนด้านจริยธรรม การจัดสรรทรัพยากรเองก็มีความสามารถในการจ่ายเงินเป็นปัจจัย ถือเป็นวิธีการที่แย่ที่สุดเลยในการจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีน้อยในภาวะฉุกเฉินแบบนี้ได้ ดร.เจอร์รี ลา ฟอร์เจีย หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของ Aceso Global และอดีตผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสุขภาพของธนาคารโลก

เมื่อยาต้านไวรัสหรือวัคซีนพร้อมให้บริการ ในระยะแรกก็จะประสบปัญหาขาดแคลนเช่นกัน และคำถามที่จะตามมาอย่างแน่นอนก็คือ “ใครควรจะได้รับวัคซีนก่อน”

Share this...
Share on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter