ไข้หวัดใหญ่
สุขภาพ

20 อาหารต้าน ‘ไข้หวัด’ ช่วยให้หายใจได้คล่องขึ้น

ไข้หวัด เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย บางคนก็ใช้เวลานานกว่าจะกลับไปหายเป็นปกติได้ บางคนก็ต้องพึ่งยาอยู่บ่อยๆ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้แบบที่ไม่รู้สึกอึดอัดร่างกาย เพราะฉะนั้น การดูแลตัวเองให้แข็งแรงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งเรื่องอาหารการกินก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เราเลยมี 20 อาหารต้านหวัดมาแนะนำกัน จะได้ห่างไกลไข้หวัดยังไงล่ะ

  1. เห็ด : มีคุณสมบัติในการต้านไวรัส ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ โดยเห็ดแต่ละชนิดก็มีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย แต่ทั้งหมดก็มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี
  2. น้ำซุป : จะเป็นหวัด หรือไม่เป็นหวัดก็สามารถกินน้ำซุปได้เป็นเรื่องปกติ ยิ่งเวลาที่รู้สึกไม่สบาย พอได้กินอะไรร้อนๆ สักหน่อย ก็ทำให้ร่างกายรู้สึกโล่ง ยิ่งไปกว่านั้น น้ำซุปมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการขาดน้ำ เพิ่มความอบอุ่นในร่างกาย บรรเทาอาการเจ็บคอ และช่วยอาการอึดอัดในร่างกายหายไปอีกด้วย
  3. ซุปไก่ : นี่ไม่ได้บอกเอาไว้เวอร์ๆ แต่จากการศึกษามาเป็นเวลากว่า 2,000 ปี พบว่าส่วนผสมที่มีอยู่ในซุปไก่นั้นสามารถต่อสู้กับอาการอักเสบภายในร่างกายได้ ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก ความผิดปกติทางเดินหายใจ และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกายได้
  4. กระเทียม : เล็กแต่พริกขี้หนูเลยนะ เห็นกลีบเล็กๆ แบบนี้ก็สามารถลดความรุนแรงของอาการหวัดและไข้หวัดใหญ่ได้ ด้วยการเข้าไปเพิ่มเซลล์เม็ดขาวในเลือด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายยังไงล่ะ
  5. แครอท : ในแครอทนั้นมีเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ โดยทั้ง 2 อย่างนี้ช่วยทำให้ร่างกายซ่อมแซมระบบภูมิคุ้มกันที่บกพร่องได้ อีกทั้ง วิตามินเอยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและป้องกันความเสียหายของเซลล์ในร่างกายได้อีกด้วย
  6. โยเกิร์ต : ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ทั้งยังช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ แนะนำว่าให้เลือกกินโยเกิร์ตที่ไม่มีน้ำตาลจะดีที่สุด
  7. ผลไม้ที่มีวิตามินซี : เรารู้กันมานานว่าวิตามินซี เป็นสารอาหารที่สามารถตู้สู้กับโรคไข้หวัดใหญ่ได้ ทั้งยังมีส่วนช่วยเ้พิ่มระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายในยามที่เราป่วย โดยร่างกายของเราสามารถที่จะดูดซึมวิตามินซีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  8. คีเฟอร์ (Kefir) : ชื่อนี้อาจไม่คุ้นเท่าไหร่นัก แต่มันคือ นมที่หมักกับหัวเชื้อจุลินทรีย์ มีรสชาติคล้ายกับโยเกิร์ต แต่เข้มข้นกว่ามาก อุดมไปด้วย โปรไบโอติก (Probiotics) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ดีต่อกระเพาะและลำไส้ ช่วยลดระยะเวลาในการพักฟื้นของร่างกายเมื่อเป็นหวัดได้ ทั้งยังมีความสำคัญต่อการย่อยอาหาร เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารไปช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้
  9. ไข่ : ในไข่มีแร่ธาตุที่ชื่อว่า ซีลีเนียม (Selenium) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและต่อมไทรอยด์ให้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีโปรตีนและกรดอะมิโนที่สูงมาก ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้น กินไข่จึงมีส่วนช่วยในการป้องกันหวัดและไข้หวัดใหญ่ได้
  10. เมล็ดฟักทอง : เป็นธัญพืชที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด มีวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย มีส่วนช่วยในการป้องกันหวัดได้
  11. ผักใบเขียว : พืชผักที่มีใบสีเขียว อย่าง ผักคะน้า ผักโขม มีส่วนช่วยให้การเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในยามที่ร่างกายของเราต้องเผชิญกับไข้หวัดได้ โดยในผักเหล่านี้มีวิตามินซีและวิตามินอี สามารถที่กินแบบดิบ หรือปั่นรวมกับน้ำมะนาวเป็นเครื่องดื่มก็ได้
  12. บรอกโคลี่ : ผักชนิดนี้นับว่าเป็นแหล่งพลังงานที่ประโยชน์ต่อร่างกาย มีวิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม และไฟเบอร์ซึ่งช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  13. น้ำ : จัดว่ามีความสำคัญต่อการระบายสรีรวิทยาทุกอย่างภายในร่างกาย หากร่างกายขาดน้ำ ร่างกายก็จะไม่สามารถทนต่อความเจ็บป่วยได้ จึงควรดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำได้อีกด้วย
  14. ข้าวโอ๊ตบด : เมื่อรู้สึกไม่สบายตัว หรือมีอาการป่วย ข้าวโอ๊ตบดร้อนๆ ถือได้ว่าเป็นอาหารที่เราควรเลือกกิน มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่าง โพลีฟีนอล (Polyphenol) ที่มีหน้าที่ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอีกด้วย
  15. จมูกข้าวสาลี : อุดมไปด้วยสารอาหาร อย่าง ซีลีเนียม วิตามินอี และแมกนีเซียม เป็นแหล่งมังสวิรัติที่สำคัญของธาตุสังกะสี ฉะนั้นการกินจมูกข้าวสาลีจึงสามารถช่วยป้องกันหวัดและไข้หวัดใหญ่ได้
  16. ขิง : ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ที่มาพร้อมกับไข้หวัดได้ ซึ่งปกติแล้ว ขิงจะมีคุณสมบัติช่วยในประบวนการย่อยอาหาร ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้อง อาการคลื่นไส้ที่เกิดจากการทำเคมีบำบัด ไปจนถึงลดความถี่ของการอาเจียนในระหว่างตั้งท้องได้อีกด้วย
  17. เครื่องเทศ : ในช่วงที่เรากำลังจะหายจากหวัด หรือไข่หวัดใหญ่ อาจมีอาการไซนัสและอาการแน่นหน้าอกเกิดขึ้น เครื่องบางชนิด อย่าง พริกไทย มะรุม นั้นช่วยอาการเหล่านี้ลงได้ มันจึงช่วยให้เราหายใจได้คล่องขึ้น สะดวกขึ้น แต่หากมีอาการเจ็บคอร่วมด้วย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดจะดีที่สุด
  18. อัลมอนด์ : ใครจะรู้ว่าอัลมอนด์นั้นมีวิตามินซีที่สูงมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมัน จึงช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายได้ โดยจากการศึกษาในปี 2020 ของประเทศอิตาลี พบว่า สารเคมีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในอัลมอนด์นั้น สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจากการติดเชื้อได้
  19. กานพลู : สมุนไพรชนิดนี้สามารถชะลอการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันและช่วยย่อยอาหารได้ ซึ่งส่วนผสมที่อยู่ในกานพลูนั้น มีคุณสมบัติในการสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยต่อต้านแบคทีเรียและไวรัส โดยในความเป็นจริงนั้น สรรพคุณของสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในกานพลูมีสูงกว่าเครื่องเทศ ผัก และผลไม้ส่วนใหญ่ กานพลูสามารถนำไปประกอบอาหารได้ทั้งคาวและหวานเลยล่ะ
  20. อาหารที่มีรสหวาน : เมื่อเป็นไข้อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้ หรืออาจทำให้รู้สึกเบื่ออาหาร การเลือกกินอาหารที่มีรสหวาน อย่าง ขนมปัง หรือข้าวกล้อง จึงเป็นสิ่งที่แนะนำ การจับคู่ระหว่างขนมปังปิ้ง หรือข้าวกล้องกับซุป หรืออาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบง่ายๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอ
Share this...
Share on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter