ข่าว ข่าวภูมิภาค ข่าววันนี้

ไฟไหม้โรงงาน ปทุมธานี เสียหายกว่า 50 ล้าน

วันนี้ขอนำเสนอข่าวปทุมธานี เมื่อวันอังคารที่28 ก.ค ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้โรงงานไฟเบอร์กลาส หมู่ 14 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ตั้งอยู่ในถนนเลียบถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข9 บางปะอิน-บางนามุ่งหน้าบางนา หลังจากได้รับแจ้งจึงประสานรถน้ำใกล้เคียง จาก อบต.บึงคำพร้อย เทศบาลตำบลธัญบุรี เทศบาลเมืองลาดสวาย และรถน้ำใกล้เคียงกว่า 20 คัน

ในที่เกิดเหตุเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ปลูกอยู่บนเนื้อที่ ประมาณ 3 ไร่ทำจากโครงเหล็กหลังคาเมทัลชีทผลิตผลิตภัณฑ์จากไฟเบอร์กลาสจำพวก ถังน้ำเก้าอี้พลาสติก พบแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากพวงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ามองเห็นได้จากระยะไกล

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามแต่วัสดุเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้เพลิงไหม้อย่างรวดเร็วจนได้รับความเสียหายทั้งหมด ความร้อนทำให้โครงสร้างหลังคาเกิดการยุบตัว

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาเกือบ2 ชม.จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ได้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 รายชื่อนายธีรพงษ์ อายุ 20 ปี ซึ่งก็เป็นพนักงานของบริษัทถูกเพลิงไหม้ที่ข้อมือซ้าย และใบหน้า

นายธีรพงษ์ อายุ 20 ปี คนงาน กล่าวว่า ในวันนี้เป็นวันหยุด ของทางบริษัท แต่มีพนักงานจำนวน 15 คน เข้ามาทำโอทีระหว่างช่วงพักเที่ยง ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่จะมีไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วภายในโรงงาน

โดยพนักงานทั้งหมดต่างพากันวิ่งหาน้ำและถังดับเพลิงมาดับ แต่ไม่ทัน เพราะเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงวิ่งออกมาด้านนอกและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประสานดับเพลิง

นอกจากนี้แล้วจากการตรวจสอบแบบเบื้องต้น ได้พบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายทราบชื่อต่อมาว่า นางวรนุช อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดปราจีนบุรี ที่ได้ถูกไฟไหม้จนหมดเหลือแค่โคลงกระดูก

นางวรนุชซึ่งเป็นพนักงานออกมาออฟฟิตของบริษัทดังกล่าวทำงานที่บริษัทนี้มานานกว่า 10 ปี ในขณะเกิดเหตุ ผู้ตายทำงานอยู่บนออฟฟิศชั้นที่ 2 ตอนเกิดเหตุไม่จะสามารถหนีออหมาได้

ด้านนายไชยรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เปิดเผยว่า บริษัท ปลูกอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ทำเกี่ยวกับไฟเบอร์ เช่นหลังคารถ ถังต่างๆ ภายในมีทั้งชิ้นงานที่ทำเสร็จแล้วเพื่อเตรียมส่งลูกค้าในวันเปิดทำการ และยังมีอุปกรณ์อีกมากที่อยู่ระหว่างทำ โดยในเบื้องต้นคาดว่า ความเสียหายในครั้งนี้ ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท

ทางด้าน รองสารวัตรสอบสวน สภ.ลำลูกกา เปิดเผยว่า ได้ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและสอบปากคำพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์พร้อมทั้งกันพื้นที่เพื่อรอตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

Share this...
Share on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter